air's profilePeter's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Peter's space

English Major 24 Khonkane University We were friends.

air airo

Politic

Loading...Loading...

Movies

Loading...Loading...

Design

Loading...Loading...
22 December

บรรยากาศก่อนงานพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2551

 
                   สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้กลับไปขอนแก่นในช่วงที่คึกคักที่สุดในรอบปีเลย คือ ช่วงงานพระราชทานปริญญาบัตร ของมหวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งผมคิดว่าไม่มีงานไหนในเมืองนี้อีกแล้วที่มีผู้คนเยอะแยะมากมายขนาดนี้ รถเยอะที่สุด ร้านอาหารทุกร้านต้องมีป้ายแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ ความรู้สึกคงจะเหมือนได้กลับ "บ้าน" ที่คุ้นเคย มีแต่ความอบอุ่น เป็นกันเอง เมืองขอนแก่นนี้ได้เปรียบหลาย ๆ ด้านนะครับ ผมว่าสาธารณูปโภค พร้อม มีน้ำ มีไฟ้ มีเขื่อน การจราจรขนส่งก็สะดวก แถมยังมีสนามบินเป็นของตัวเองอีก ซึ่งเมืองยังขยายตัวได้อีกเยอะ ผู้คนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ยังเห็นรอยยิ้มได้ตามถนนสายต่าง ๆ อาชญากรรมน้อยกว่าเมืองใหญ่  ๆ หลาย ๆ ที่ อากาศอยู่ในช่วงหน้าหนาวพอดี จึงเห็นผู้คนแต่งตัวกันมิดชิดพอสมควร
 
                   สิ่งก่อสร้างหลาย ๆ อย่างเริ่มก่อตัวขึ้น เช่น ระบบอุโมงค์ลอดถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณแยกสามเหลี่ยม ซึ่งทำการบีบถนนเหลือสองเลน ซ้ายขวา ห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเซ็นทรัล ซิ่งกำลังก่อสร้างบริเวณประตูเมืองพอดี ทำเลดีจริง ๆ แต่ต่อไปบริเวณนั้นคงจะรถติดหน้าดู ส่วนห้างสรรพสินค้าเก่า ๆ ภายในเมืองอาจจะต้องปิดตัวลงในไม่ช้า นี่อาจจะเป็นผลมาจากระบบทุนนิยมอีกอันหนึ่งก็ได้
 
                  ผมได้เจอะเจอเพื่อนพ้องน้องพี่ชาว เลือดสีอิฐ กาสะลอง หลาย ๆ ท่าน บางคนตอนเจอกันโผกอดกันข้างถนนอย่างไม่อาย ดวงตาเต็มไปด้วยมิตรภาพ รอยยิ้มที่ไม่สามารถปิดกั้นได้ พร้อมการทักปราศรัยกันสองสามคำ แล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หลาย ๆ คนมีบุคลิกลักษณะที่เปลี่ยนไปอย่างจำไม่ได้ อย่างเช่น มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้หญิงอยู่คนละสาขากับผม ซึ่งเธอเป็นคนสูง รูปร่างท้วมพอสมควรในตอนนั้น แต่ไปเจอกันอีกทีรูปร่างกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผอมสมส่วน แถมสวยขึ้นจนผิดหูผิดตา หลาย ๆ คนยังเหมือนเดิม ไปเจอกี่ทีก็ยังเหมือนเดิม
 
                 ผมตระเวนถ่ายรูปหลาย ๆ คน หลาย ๆ กลุ่ม เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ ได้เจอเพื่อนที่เจอกี่ที ๆ ก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมคือ สนุกเวลาคุยกัน สังสรร เฮฮา บางคนทำงานอยู่ใกล้กันไม่ถึง 40 กิโลเมตร แต่ไม่เคยเจอกัน แต่ไปเจอกันที่ กิโลเมตรที่ 500 โน้นแหน่ะ




02 December

พระจันทร์ยิ้ม

  คุณรู้ไหมว่าทำไมในคืนนี้ 1 ธ.ค. 2551 พระจันทร์ถึงยิ้ม?

 บ้างก็ว่า          เป็นเพราะพันธมิตรออกจากทำเนียบ

 บ้างก็ว่า         เป็นเพราะ ดาวอังคารกะพฤหัส เกิดระหว่างพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวพอดี

  คำตอบ ก็คือ "พรุ่งนี้เป็นวันเกิดผมคับ" พระจันทร์ถึงอวยพรให้ ในขณะที่บ้านเมืองกำลังย่อยยับ หึหึ

 

           ผมก็เลย กดโทรศัพท์ โทรหาทุกคน เท่าที่จะสามารถโทรได้ คนแรกคือ "แม่" ความสุขเล็ก ๆ ที่อยากจะบอกว่า พรุ่งนี้วันเกิดผมมมมมมมมมมม   (เรียกร้องความสนใจ) เท่านั้นเอง

 

 

คิดฮอดทุก  ๆ ท่านเสมอ 

03 November

ฐาปนีย์ มุสิเขต

 

                             tom   

 

                                  เหยื่อรายต่อไปก็คือ ฐาปนีย์ มุสิเขต หรือชื่อเล่นคือ "ต๋อม" คน ๆ นี้ถือว่าเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ในสายตาผม เพราะเวลาต๋อมยิ้ม โลกทั้งโลกจะกลายเป็นสีชมพูทีเดียว เป็นเพื่อนอีกคนที่ผมแอบปลื้มจริง ๆ ไม่เคยเห็นต๋อมอารมณ์บูดหรือหน้าตาบึ้งตึงเลย ลืมบอกไปครับเธอเป็นหนึ่งในสี่ดรุณี

                                 ต๋อมเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกอยากฟังมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเวลาที่ต๋อมพูดนั้น เธอจะส่งรอยยิ้มให้แก่เพื่อน ๆ ทุกคน (แอบเคลิ้มเหมือนกัน) น้ำเสียงและสำเนียงของเธอเป็นธรรมชาติมาก ๆ ครับ เธอจะพูดเป็นคำ ๆ ชัดถ้อย ชัดคำ ซึ่งผมเคยบอกกับเธอว่า เวลาต๋อมพูดภาษาอังกฤษ หลับตานึกถึงเด็กฝรั่งตัวน้อย ๆ กำลังพูดอยู่

                                 มีเหตุการณ์ที่น่าจดจำสำหรับเธอคือ ช่วงปีสองขึ้นปีสาม เธอบินไปอเมริกาช่วงปิดเทอม ในโครงการ "Worse and Travel" พอกลับมา เพื่อน ๆ ต่างตกใจครับ เพราะว่าเธอเปลี่ยนไป๋ จนผมแซวเธอว่า "ท่าทางแฮมเบอร์เกอร์คงอร่อยนะ" แต่ถึงอย่างไร ผมยังประทับใจความเป็นต๋อมจริง ๆ ตอนนี้ได้ข่าวว่า เธอเรียนอยู่ ออสเตรเลีย โน้นท อย่ามัวเพลินกะจิงโจ้จนลืมกะปอมบ้านเฮาล่ะ

29 October

ขั้นตอนการซ่อมคอม

มีเพื่อนผมท่านหนึ่ง มาฝากข้อความใน ให้ไฟ เกี่ยวกับการซ่อมคอม ฯ ซึ่งใช้วิธีการ "งม" วันนี้ผมจึงแนะนำทุกท่าน เกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา ดังนี้

ขั้นตอนการซ่อมคอม

1. พยายามจำให้ได้ว่าอาการก่อนหน้าเป็นอย่างไรบ้าง

2. เมื่อทราบถึงความเป็นมาแล้วให้ใช้ Google ให้เป็นประโยชน์ เพราะโดยปัญหาที่เราเจอไม่ใช่ผู้ค้นพบคนแรกแน่นอน

3. ให้เลือกวิธีการแก้ปัญหาในเว็บหน้าเชืื่อถือเท่านั้น โดยใช้หลัง Criteria ที่เรียนมา เพราะบางคนแค่ Search ๆ แล้วมาทำ ปรากฎว่าเป็นหนักกว่าเดิม เหมือนเวลาทำรายงาน สักแต่ว่า Search ไม่ดูข้อมูลอ้างอิงให้ดี

4. กรณีที่สามารถอ่านภาษาอังกฤษออกบ้าง ซึ่งเป็นประโยชน์มากที่จะ "งม" อาการจาก เว็บต่างประเทศ อย่าลืม พยายามดู comment อื่น ๆ ในเว็บด้วย

5. "คนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่เคยทำอะไร"

6. "ผิดครั้งแรกเป็นครู ผิดครั้งที่สองเป็น....."

สุดท้าย ว่าง ๆ ไปกิน สเวนเซ่น ดีก่า 555

26 October

วันอาทิตย์ ใส ๆ

                       ช่วงนี้อย่างที่บอกแล้วนะครับว่า ผนตกหนักมาก ๆ ที่พัทยา ห้องผมรั่ว เลยทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องชื้นไปด้วย ปรากฎว่าหมอนหนุนขึ้นราเลยทีเดียว ช่วงนี้เวลาว่าผมจะอ่านพวกบทความต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีต่าง ๆ (นักสืบ) ซึ่งมีอยู่เว็บนึงครับที่ผมอยากแนะนำให้ทุก ๆ ท่านเข้าไปอ่าน ซึ่งคดีเหล่านี้เกิดขึ้นจากประสบการ์ของนายตำรวจใหญ่ผู้หนึ่ง ซึ่งถึงนำมาถ่ายทอดได้อย่างอรรถรสเลยทีเดียว พร้อมแนะนำถึงวิธีป้องกันตัวเองจากภัยร้ายหลายรูปแบบครับ โดยเฉพาะสุภาพสตรีทุก ๆ ท่าน ที่ผมรู้จักผมจะแนะนำให้เข้าไปอ่าน ไม่ใช้แค่ผู้หญิงนะครับ แต่อยากให้ทุก ๆ ท่านเข้าศึกษาดูกัน เผื่อจะได้มองเห็นอะไร ๆ ในชีวิต ที่อยู่ในด้านมืด พร้อมวิธีป้องกันตัวเองครับ
 
 
                       เว็บที่ว่านี้คือ http://angkul007.wordpress.com/ ของ พล.ต.ต.อังกูล   อาทรไผท ซึ่งบทความทั้งหลายนี้ถูกรวมอยู่ในเรื่องที่ชื่อว่า "รู้ไว้ไม่ตายโหง" ผมอ่านติดตามมาจนครบทุกบทความแล้วครับ ทำอะไรเลยต้องเป็นคนช่างสังเกตเพิ่มขึ้น ระวังตัวเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ "เสี่ยง" ต่อการตายโหง
 
 
 
                     พลบค่ำวันนี้ผมกะเพื่อน ๆ ที่ทำงานไปทานอาหารที่ ตลาดนัดการเคหะ หรือ ตลาดนัดเทพประสิทธิ์กัน ไปนั่งกินขนมจีน (เจ้าเก่า) แล้วไปซื้อหมูปิ้ง + ข้าวเหนียวเดินกินกัน ตบท้ายด้วยไอติมโคน สังเกตว่าช่วงนี้ อากาศเริ่มหนาวขึ้น หน้าจะเป็นปลายฝนต้นหนาว ทำให้ผมรู้สึกคัดจมูกบ่อย ๆ จากที่เคยแข็งแรง เห้อ พอเจออาการแบบนี้ ก็ต้องเซ็งเป็นธรรมดา เพราะอะไรกระทบนิดหน่อยก็ "จาม" (ไม่อยากบอกว่าเป็นภูมิแพ้)
 
 
                     ต้องรีบนอนวันนี้ เพื่อ "ชาร์จพลัง" เพื่อการทำงานในวันต่อไป เย้ สู้ครับทุกท่าน
24 October

มรสุม

              ฝนตกหนัก ที่ พัทยา ทุกวันเลย ไอตกไม่เท่าไหร่ แต่ห้องที่ผมนอนน่ะสิ  มันรั่ว  ไม่ใช่รั่วหลังคานะครับ ซึมตามฝาผนัง เวลาจะนอนก็ต้องหามุม ที่โดนน้ำน้อยที่สุดครับ เสื้อผ้า สิ่งของในห้องชื้นไปหมด ซึ่งทำให้ผมนึกได้ในสมัยเด็ก ๆ ก็มีเหตุการณ์แบบนี้แหละครับเกิดขึ้น เลยขำ ๆ  มันกลับมาอีกแระ  แต่ผมก็อยู่ได้ ไม่มีปัญหาอะไร อยู่ง่ายกินง่าย ครับ ใครสนใจติดต่อ airo_2@hotmail.com ค่าเลี้ยงดูไม่แพง
 
 
               ไม่ค่อยชอบหน้าฝนเท่าไหร่  มันแฉะไปหมด แล้วอากาศชื้น ๆ ผมชอบอากาศร้อน ๆ ครับ บางทีแอบปิดเครื่องปรับอากาศหรือปรับอุณหภูมิขึ้น จนเพื่อนร่วมงานแอบบ่น ๆ โดนอากาศเย็นตกใส่หัว มันจะรู้สึกเพลีย ๆ ไม่สบาย บางครั้งมีไอด้วย มันทรมานเหมือนกันครับ ถ้าอากาศหนาว ๆ สงสัยร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง
 
                หาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย บ้างนะครับ กินอาหารดี ๆ พักผ่อนกันเยอะ ๆ ร่างกายคนเราเสียแล้วเสียเลย ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน ถึงเปลี่ยนก็ไม่ใช่ของเดิม
23 October

บทเรียนจากการผิดพลาดของงานโชคชัย

บทเรียนจากการผิดพลาดของงานโชคชัย

วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดของกระผม  แต่อาทิตย์นี้มีงานด่วนเพราะพี่เตี้ย นำไฟล์ พิมพ์ See through Sticker มาให้ ติดกระจกหน้าร้านโชคชัย ทางเข้าโรงงานของเราซอย 5 ธันวานั่นแหละครับ .พี่เตี้ยแกให้รายละเอียดว่า งานนี้จะติดตั้งพรุ่งนี้ และที่สำคัญเน้นด้วยว่าเป็นของ “พี่จร” ซะด้วย ซึ่งในช่วงบ่ายผมพบกับพี่จรซึ่งแกได้มอบหมายงานให้ด้วยตัวเอง

ผมทำการตรวจสอบไฟล์ที่ทำมา ซึ่งมีทั้งหมด 5 แบบ เป็นทั้งไฟล์ *.tiff และ *.eps มีขนาดดังนี้คือ

1. 196x136 cm  เป็นรูปมือประสานกัน

2. 474x254 cm รูปอ่างน้ำ 
            3. 515x254 cm รูปห้องครัวและโซฟาแดง 

4. 668x254 cm รูปห้องน้ำ

5. 532x254cm รูปเตียงยาว

 ไฟล์ทุกไฟล์ต้องนำมาเช็ค size ตาม lay out ก่อน ซึ่งตอนพี่จร สั่งนั้น ท่านยืนยันแข็งขันว่า “พิมพ์ได้เลย”  ผมก็นำไป Rip ในเครื่องพิมพ์เลยสิครับ ปรากฎว่าตอนเช็คขนาดไฟล์ ไม่ตรงกับตัว lay out ที่ให้มาผมจริงกลับมาเปิดในเครื่องเพื่อเช็คขนาดอีกครั้ง ไฟล์ตระกูล EPS ช่างกราฟฟิค ไม่ได้ทำการ Clipping Mark มาก่อน (ในโปรแกรม Illustrator) เพราะผู้ออกแบบคงหวังดีใส่ตัวเลขบอกขนาดกว้าง ยาว มาด้วย ซึ่งหากไม่ทำ crop ก่อน จะทำให้ไซท์ผิดเพี้ยนได้ อันนี้ต้องมานั่งแก้ให้ถูก และมีบางไฟล์ คือตัวที่มีอ่างน้ำ ทางด้านขวามือปกติจะมีรูปโคมไฟด้วยครับ แต่เมื่อเช็ค size กับ lay out มันไม่ได้ scale นี่นา ผมเลยทำการขยายออกให้ได้สัดส่วน ผลจึง รูปหายเป็นบางส่วนครับ

เริ่มพิมพ์

1.       ผมเริ่มจากไฟล์ขนาด 196x136 cm ก่อนและทำการแบ่งบนใน Raster Link (โปรแกรม Rip) ในเครื่อง MIMAKI JV3 250SP ของพี่แก้ว เลย แบ่งได้ 2 ชิ้น พิมพ์จนจวนจะเสร็จชิ้นที่สองแล้วเหลืออีกประมาณ 10 เซนติเมตร เครื่องเกิดอาการ Error ไม่สามารถพิมพ์ต่อได้ ผมจึงต้องหยุดไว้แค่นั้น เพื่อต้องรอพี่เตี้ยตัดสินใจว่าจะให้พิมพ์ใหม่หรือว่า Crop เฉพาะส่วนที่หายไป

2.       ผมย้ายมาพิมพ์เครื่อง MIMAKI 250SP ของเรา โดยไฟล์ที่พิมพ์มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ รูปห้องน้ำ โดยแบ่งไฟล์ในตัว RIP อีกเหมือนกัน แบ่งท่อนละ 120 cm Over Lap ระหว่างชิ้นอยู่ที่ 3 cm  นี่แหละครับที่ผมไม่ได้สังเกตสิ่งผิดปกติแล้วตั้ง ก็พิมพ์ไปปกติจนเสร็จครับ

3.       ผมได้ RIP อีกตัวนึงคือ ตัวขนาด 474x254cm ก็ใช้วิธีการเดียวกันครับ ส่วนไฟล์ที่เหลือผมให้อ็อบช่วยจัดการให้ครับ

4.       พอตอนเช้า ลุงเตี้ยก็นำงานพิมพ์ไปให้ช่าง ซึ่งผมก็ได้ถามว่าจะให้ Crop ส่วนที่หายไปหรือ พิมพ์ใหม่ดี แกเลือกที่จะ Crop ครับ ผมเลยบอกว่า เดี๋ยวจะพิมพ์ตามหลังไปให้

ติดตั้ง

1.       ผมได้รับโทรศัพท์จากช่างติดตั้งบอกว่า งานพอตัดแล้วมันมีไม่ได้เผื่อไว้ แต่ที่ไหนได้ เมื่อให้เอางานกลับมาดู ปรากฎว่าในส่วนที่ ตั้งเป็น Over lap ระหว่าง Panel ได้อันตรธานหายไป ซึ่งผมก็วัดดูปรากฎว่าความกว้างด้านพิมพ์เหลือแค่ 117 cm ซึ่งมันน่าจะเป็น 120 cm มากกว่า จึงเกิดคำถามมากมายในสมองตามมาว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ซึ่งผมได้เช็คจากรายละเอียดงานที่ได้พิมพ์ไปแล้วในตัว Raster Link เลยปรากฎว่ายังไม่พบสิ่งผิดปกติ และยังมีรูปอีกตัวคือ รูปอ่างน้ำ ที่มีปัญหาลักษณะเดียวกัน แล้วลองถามช่างเรื่องรูปมือว่า มีปัญหาในการติดตั้งหรือเปล่า เพราะยังไม่ได้พิมพ์ในส่วนที่ขาดหายให้ ช่างตอบว่า “ติดเรียบร้อยแล้วพี่ เจ้าของมาเห็นบอกว่าไม่เป็นไร” (ซึ่งผมมารู้ภายหลังว่าคนนี้เป็น (ลูก) เจ้าของ)

2.       ผมเลยต้องหาตัวช่วยซึ่งผมลองกางงานแล้วมาพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง “เออ มันหายจริง ๆ ว่ะ “ ผมเริ่มคลำมาถูกทาง ช่างไม่น่าจะตัดงานเสีย แต่ต้องเป็นที่การตั้งค่าอะไรผิดพลาดแน่ ๆ ผมจึงขอร้องให้ “ดาจิม” หรือ บางท่านเรียกว่า “เงาะ” กับ “พี่แก้ว แด๊กดะ” คลำไปคลำมาไปเจอต้นตอครับท่าน คือ ปกติหน้าสติ๊กเกอร์จะอ่านหน้า Media ได้ประมาณ 1270 mm ตามหน้ากว้างของมัน แต่คราวนี้มันสามารถวัดได้แค่ 1209 mm เอาล่ะสิ แล้วไปเช็คหน้า Tilling Preview ความกว้างแต่ล่ะชิ้นเหลือแค่ประมาร 117 cm เอง เท่านั้นแหละครับ หลอดไฟติดปิ๊งในสมอง แถมยังมีรอยหยักเพิ่มมาอีก พี่แก้วได้เลองเปลี่ยน Media แล้วทดสอบอีกครั้งปรากฎว่า Sensor สามารถอ่านค่าได้ 115 cm 90 cm ตามลำดับ มันลดลงเรื่อย ๆ ครับท่าน  ผม งงใหญ่
โดยปกติแล้วถ้าผมทำไฟล์แบ่งจำพวกนี้ใน
Sticker ผมจะตั้งค่าประมาณ 120 cm แล้วเพิ่มค่าตรง Over lap นิดหน่อย เพื่อเป็นการใช้หน้า Media ให้คุ้มด้วย  แต่เมื่อมันอ่านได้แค่ 120cm ไฟล์ที่ผมแบ่งมันจะย่นเข้าเหลือ 117 cm โดยอัดโนมัติ แล้วส่วนที่ Over lap กันก็จะหายไปโดยปริยาย ภายหลังพี่แก้วช่วยตรวจเช็คดูอีกรอบ ซึ่งภายหลังผมสอบถามดาจิมปรากฎว่าปัญหามาจาก “เลนส์ที่อ่าน Media สกปรก” ทำให้มอง Media ไม่เต็มหน้า

3.       ผมเลยจัดการ Crop ระหว่างแต่ละท่อนใหม่แล้วให้ช่างไปติดครับ ซึ่งจะพิมพ์ใหม่ทั้งหมดก็เสียดายครับ

4.       พอมาอีกวันผมได้ข่าวว่ารูปมือ ที่ช่างบอกไม่ต้อง Crop น่ะ ลูกค้าบอกไม่ผ่าน ผมก็งง ๆ อ้าว ไหงช่างบอกว่า “เจ้าของ” ให้ผ่านแล้วล่ะ (ไม่น่าชะล้าใจเล้ย) ทีนี้ต้องพิมพ์ใหม่สิครับท่าน

 

บทสรุป

1.       ควรตรวจสอบวิธีการทำงานให้ถี่ถ้วนก่อนทำงาน แม้ว่างาน ๆ นั้นเหมือนในลักษณะงานชิ้นก่อน ๆ ก็ตาม อย่าไว้ใจในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

2.       ประสานงานกับช่างติดตั้งก่อนติดตั้งเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหาย

 

 

                                                                                                                                                                 สมหทัย  รายงาน

24 July

ไปเชียงใหม่

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ 18-19-20 มีโอกาสไปเยือนเมืองเชียงใหม่ (อีกครั้ง) หลังจากครั้งก่อนและครั้งแรก ได้ตอนแข่งกีฬามหาวิทยาลัยโน้น ครั้งนี้มีโอกาสไปเที่ยวชมงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ ที่ กาดสวนแก้ว งวดนี้ออกเดินทางตั้งแต่ศุกร์ เริ่มกินกันที่ ร้านแม่ลาปลาเผา จ.สิงห์บุรี ต้นตำหรับ (เค้าวงเล็บด้วยว่าไม่มีสาขา) ติดถนนพหลโยธิน มีขวดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้าน อาหารที่สั่งมาเนี้ย บอกตรง ๆ ว่า รสชาติดีมาก ๆ จนตอนนี้ยังน้ำลายไหลอยู่ ไม่รู้ใส่กัญชาหรือเปล่า สั่งมาเกลี้ยงทุกจานเลยครับ น้ำยกซดกันหมด (มีต่อ)
 
 
                 (ต่อ)  เดินทางกันต่อ โดยมีโชเฟอร์ผู้มีเกียรติสามท่าน คือ พี่จอน คุณต้อม และ ดาจิม ส่วนผม หลับ ถึงเชียงใหม่ราว ๆ ตีหนึ่งครับ ก่อนนอนก็แวะหาอะไรทานกัน วนรถกันสองสามรอบไม่เจอร้านถูกใจ พี่จอนเลยพาไปกินร้านก๋วยเตี๋ยว ...นครสวรรค์ นี่แหละ ร้านนี่ผมเคยมากินเมื่อครั้งที่มาเยือนเชียงใหม่ครั้งที่แล้วโน้น ชื่อเค้าดีในทางคิดเงิน คือ แกคิดไวมาก (นับจานเอา) ไม่ต้องใช้กระดาษทด หรือเครื่องคิดเลข ผมแนะนำว่า พี่แกควรไปเปิดโรงเรียนสอนเด็ก แบบ จินตคณิต น่าจะรวย คืนนั้นก็เข้าพักกันในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งผมยังไม่นอนหรอก นอนดูเคเบิ้ล หนังไทย สมัย กรุง ศรีวิไล ยังผมดก ไพโรจน์ ใจสิงห์ ยังหล่อเพี้ยว ซักพักก็ผล๋อยหลับไป
 
 
                 เช้ารุ่งขึ้นตื่นกันมานึกว่ายังมืดอยู่ ที่ไหนได้เกือบ 10 โมงแล้ว มัคคุเทศน์ เลยพาไปกินร้านข้าวต้ม คนเยอะพอสมควร (รสชาติดีด้วย) ชื่ออารายหว่า? อ๋อ ชื่อร้านปฐม หน้าราชภัฎเชียงใหม่เจ้า คนเยอะมาก รถจอดเต็ม อาหารหรอยอีหลี กินไปประมาณสองชุดเห็นจะได้ ชุดนึงมีประมาณ หก อย่าง (มีต่อ)
20 October

เรื่องทำเว็บด้วย css

               ตอนนี้ผมใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ศึกษาเรื่องการเขียนเว็บโดยใช้ PHP กับ CSS เวลาเราเห็นเว็บ application ต่าง ๆ นั้นส่วนใหญ่จะใช้ภาษา php เขียนกัน เพราะเป็นของฟรีและมีความยืดหยุ่นดีทีเดียว ส่วนในการดีไซน์หน้าเว็บให้เป็นระเบียบสวยงามนั้น web designer ส่วนใหญ่จะต้องมีความรู้ด้าน CSS ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้เว็บดูเป็นระเบียบ ซึ่งเว็บดัง ๆ ส่วนใหญ่จะใช้กัน ซึ่งในอนาคตเจ้า CSS จะกลายเป็นรูปแบบหนึ่ง ในโลกWeb stadard อย่างแน่นอน ฉะนั้นผมถึงนั่งงมจนถึงดึก ๆ ดื่น ๆ กว่าจะศึกษาจะเข้าใจถึงวิธีการ ถ้าเก่งกว่านี้ ผมวางแผนที่จะเขียนหนังสือทำเว็บซักเล่ม เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่อยากทำเว็บนั้น ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี โดยใช้โปรแกรมหรือภาษาอะไรดี เพราะทางเลือกมันเยอะมาก บางทีอาจจะหลงทาง (เหมือนผม) ไปไกล กว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เหมาะสมกับการเขียนเว็บของเรานั้นคืออะไร  กว่าผมจะเข้าใจในแต่ละอย่างนั้นต้องใช้เวลามาก ลองนั้น ทำนี่ กว่า หมดกะค่าหนังสือไปรวม ๆ แล้วหลายพันอยู่ ซึ่งบางเล่มก็มีสิ่งที่เราอยากรู้เพียงนิดเดียว หรือบางเล่มอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราหาอยู่ ซึ่งเหมือนคนตาบอดไม่มีไม่เท้า ไม่มีคนจูง จะเดินไปแต่ละที่นั้นยากลำบากยิ่งนัก ผมจึงมีความตั้งใจที่จะเขียนหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่
                                                                                                                               hvt12
                วกกลับมาเรื่องเจ้า CSS หากท่านเป็นคนท่องเว็บจนมี blog, เว็บบอร์ด, หรืออะไรก็ตามที่เผยแพร่เรื่องราวของท่าน เวลาเราจะเปลี่ยน theme หน้าเว็บ ทางเว็บจะมี code ให้ copy ไปใส่ รูปร่างหน้าตาโดยรวมของหน้า web page ก็จะเปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็น ตัวหนังสือ, พื้นหลัง, เม้าท์,  เป็นต้น ซึ่ง code เหล่านี้ก็คือเจ้า CSS (อาจจะมี html กับ Javascript แจม ๆ ด้วย ซึ่งผมตั้งใจจะศึกษาพวกนี้ควบคู่ไปด้วย)
 
                 สรุปก็คือ การเป็นเว็บดีไซน์เนอร์ที่ดีได้นั้น นอกจากจะออกแบบหน้าเว็บโดยใช้โปรแกรมกราฟฟิคแล้ว ควรจะมีความรู้ทางด้าน ภาษาสคริปต่าง ๆ ด้วย จึงจะสามารถทำให้เว็บของเรามีความน่าสนใจ ดึงดูดผู้ท่องโลกไซเบอร์ แต่ก่อนอื่น ผมต้องเก่งกว่านี้ก่อน แหะ แหะ
 
04 October

ว่าด้วยเรื่องของ อินเทอร์เน็ต

                 สวัสดีทุก ๆ ท่าน ข้าพเจ้าไม่ได้อีพเสปซมาเสียนาน มางวดนี้ว่าง ๆ ก็เลยแวะมาอัพซักหน่อย ตอนนี้ผมกำลังศึกษาการใช้ โปรแกรม Bittorrent อยู่ จะว่าติดก็ได้ครับ ถือว่าเป็นวิชามาร ในการโหลดจริง ๆ มีทุกอย่าง ทั้งสายดี และสายมืด อีกอย่างตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้ Browser ตัวใหม่ของ Opera แล้ว ซึ่งมี Option ใหม่ ๆ เยอะแยะมากมาย ประสิทธิภาพนั้นเหนือกว่า IE ชนิดเทียบไม่ติดฝุ่นจริง ๆ ที่สำคัญเวลาโหลดอะไรสักอย่างนี่สิ เร็วได้ใจจริง ๆ support ภาษาไทยได้ดี ยืดหยุ่นสูง แถมไม่รก task bar ด้านล่างเวลาเปิดหลาย ๆ หน้าต่างด้วย เป็นตัวหนึ่งที่ผมแนะนำให้ใช้ครับ ไม่มี Error page บ่อย ๆ หรือ  hang ไปเฉย ๆ เหมือน IE ด้วย ลองดู ๆ แล้วคุณจะติดใจ  http://www.opera.com
08 September

มาธเย มณีแสงส่อง

เธอเป็นหนึ่งใน "สี่ดรุณี" มีนามว่า "เมย์" เจอเธอครั้งแรก ขอบอกว่าเธอ "สวย" แต่ "ไม่หยิ่ง" เลย เป็นคนที่ยิ้มง่ายมาก ๆ รอยยิ้มของ "เมย์" สามารถทำให้ใจหนุ่ม ๆ ทุกคนละลายได้ในพริบตา เธอเป็นคนออกจะซุ่มซ่าม แบบมีเสน่ห์  มีคนเคยตั้งฉายาให้เธอว่า "ดิกชันนารี่เคลื่อนที่" (Mobile Dictionary) เพราะเธอรู้ศัพท์ยาก ๆ ในภาษาอังกฤษเยอะมาก ๆ เพื่อนคนไหนขี้เกียจเปิด dictionary  หากถาม เมย์ เธอจะมีคำตอบให้เราเสมอ สรุปว่า เธอเป็นทั้งคนสวย เรียนเก่งแถมนิสัยก็ดีอีก เห้อ หายากจริง ๆ
05 September

Healthiness is so easy.

                      
                      หลังจากที่ได้ทำเรื่องของคนอื่นมานาน ก็ขอแวะมาเรื่องของตัวเองบ้าง  ผมได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาที่พัทยามาสองเดือนกว่า ๆ ใช้ชีวิต โอ้ ลั้น ลา สิ่งที่ได้กลับมานอกเหนือจากประสบการณ์ที่ได้นั้นก็คือ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งชี้วัดได้ว่า ชีวิตที่ผ่านมาของผมช่างอุดมสมบูรณ์จริง ๆ ผมมานั่งทบทวนย้อนไปดู เมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว ผมหนักแค่ 65 สูง 172 รอบเอว 32 ตอนนี้ผมมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกือบยี่สิบกิโลกรัม คือ หนัก 82 สูง 175 รอบเอว 36ซึ่งผมมานั่งพิจารณาว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกายน้อยลง แต่การกินเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ    พอกลับมาขอนแก่นใคร ๆ ก็ทักว่า บวมขึ้นบ้าง อ้วนขึ้นบ้าง หน้ากลมขึ้นบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นกระจกบอกเราได้ว่า สภาพเราตอนนี้เป็นยังไง
  
                      ผมเลยต้องกลับมาดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก ๆ เพราะสังเกตได้จากสมรรถภาพหลาย ๆ ด้านถดถอยลง สิ่งที่เมื่อก่อนเคยทำได้แต่ปัจจุบันกลับทำไม่ได้ เช่น เดินขึ้นตึกสี่ชั้นแทบขาลาก หรือ ยกโน้นยกนี่แล้วเหนื่อยหอบเกือบตาย ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเป็นเรื่องหมู ๆ มาก ซ้ำยังมี "พุง" เป็นของแถมมาอีก
 
                       การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำคัญมาก ๆ ใครชวนไปทานโน้นทานนี่อย่าเกรงใจ ปฏิเสธได้ก็ทำ เพื่อสุขภาพ ใครที่ว่า ไม่มีเวลาออกกำลังกาย โดยอ้างว่า มีงานต้องทำบ้างล่ะ เหนื่อยบ้างล่ะ ซึ่งคุณไม่รู้เลยว่า ข้ออ้างเหล่านี้ กำลัง "ฆ่า" ตัวคุณเองอยู่
 
                       ตัวผมหลังจากเลิกงานประมาณ 5 โมงเย็น ก็จะคิดไว้ว่าจะไปออกกำลังแบบไหนดี แล้วก็พยายามทำตามแบบนั้นให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมจะมีเชือกอยู่หนึ่งเส้น ดัมเบลล์ 10 กิโลกรัม อีกหนึ่งอัน ผมจะปิดห้องแล้วเปิดเพลงดัง ๆ ที่เราชอบพร้อมกับทำการวอร์มอัพประมาณ 30 นาที เพื่อเรียกเหงื่อ โดยมีการวอร์มส่วนต่าง ๆ ให้พร้อมเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ผมจะกระโดดเชือก เซ็ตละร้อย ให้ครบสิบเซ็ต หลังจากนั้นก็เริ่มออกโดยเน้นส่วนต่าง ๆ เป็นวัน เช่น วันนี้เน้นช่วงไหล่ ช่วงเอว หรือหน้าอก เป็นต้น ตัดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวติเลย โทรศัพท์ปิด ใครจะไปจะมา ไม่สนใจ วันนี้ตื่นมาทำงานโดยไม่มีอาการง่วงนอนเลยครับ สบาย ๆ  สมองปรอดโปร่งดี
 
                       เราเคยสังเกตไหมว่า ตอนเด็ก ๆ เราเล่นอะไรเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเหนื่อย ก็เป็นเพราะเรา "สนุก" กับมัน ซึ่ง หาก คุณสนุกกับการออกกำลังกายแล้วเมื่อไหร่ สุขภาพของคุณก็จะดีมากขึ้นเท่านั้น
 
                         อย่าลืมนะครับว่า "คุณมีเงินมากขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีให้ได้" ฉะนั้นลงมือทำเสียแต่วันนี้ "อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง"
 
 

"ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ"

 
23 August

ปิรัญญ่า บึงหารพิทักษ์

ชื่อของเธอ คือ "เจี๊ยบ" หนึ่งในสี่ดรุณี ซึ่งในสาขาผมมีเจี๊ยบอยู่สองคน ซึ่ง "เจี๊ยบ" คนนี้ใคร ๆ ก็เรียกว่า "เจี๊ยบอ้วน" เพราะตอนปีหนึ่ง สอง สาม เธอเป็นคนเจ้าเนื้อนิด ๆ (แต่ผมว่าน่ารักนะ) จนเปิดเทอมปีสี่หลังจากที่ไปฝึกงาน "เจี๊ยบ" สามารถทำให้เพื่อน ๆ ตะลึง เพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไป (ขอบอกว่าเปลี่ยนไป๋จริง ๆ ) ผอมเพรียวอย่างไม่น่าเชื่อ เพื่อน ๆ อิจฉาในความสวยของเธอเป็นแถว ๆ หากพูดถึงอุปนิสัยของ "เจี๊ยบ" แล้ว เธอสามารถทำให้คนที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะได้ เพราะความบ้า ๆ บอ ๆ ของเธอ จำได้ว่า ช่วงหนึ่ง ผมกับเพื่อนผุ้ชาย แบกกีต้าร์ไปยืนร้องเพลงในความมืด ที่หลังหอหญิง เพื่อให้เจ๊ยบฟังนี่แหละ "เจี๊ยบ" เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจเพื่อนเสมอ ติวหนังสือให้ ทำงานกลุ่ม เธอก็เป็นแกนหลักเสมอ ถ้าเรื่อง Gramma ล่ะก็เพื่อน ๆ มันจะให้เจี๊ยบเช็คให้  รู้มั้ยครับว่าอานิสงส์ในวันนั้น ทำให้เธอเปิดโรงเรียนติวเตอร์ในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อย (รับเนื้อ ๆ)
19 August

อมรรัตน์ เหมือนสันนอก

เธอคนนี้คือเพื่อนผู้หญิงของสาขาคนแรกที่ผมรู้จักเลย (ทีแรกไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นหญิงหรือชาย) ตอนเข้าสาขาจำได้ว่าเดินด้วยกัน ถามไปถามมาจึงได้ทราบนามว่า "ติ๊ก" ซึ่งช่วงหลัง ๆ เพื่อน ๆ มักเรียกเธอว่า "Ethic" (อีติ๊ก) แต่เธออยากให้ใคร ๆ เรียกเธอว่า "ตุ๊กติ๊ก" เธอเป็นคนสดใสร่าเริง จนอาจใช้คำว่า "บ้า" ได้ในบางครั้ง โดยส่วนตัวแล้ว ผมแอบชื่นชม "ตุ๊กติ๊ก" มาก เพราะชีวิตของเธอไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ เลย "ตุ๊กติ๊ก" เรียนไปด้วย ทำงานหาตังค์ส่งไปให้ที่บ้านได้อีก ซึ่งเป็นอะไรที่เจ๋งมาก ๆ เธอสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของคนหลาย ๆ คนที่คิดว่า การจบมาจากโรงเรียนไม่ดังเหมือนเมืองกรุง หรือการมีปัญหาครอบครัว จะทำให้ชีวิตย่ำแย่ เหลวแหลก หรือสู้คนอื่น ๆ ไม่ได้ ซึ่งเธอก็พิสูจน์ให้เราทุก ๆ คนเห็นแล้วว่า "เราสามารถทำทุกสิ่งได้หากเราตั้งใจ" ซึ่ง  "ติ๊ก" เป็นคนที่ผมยอมรับว่า "เจ๋ง" จริง ๆ เรียนก็เก่ง กิจกรรมก็ไม่พลาด บุกน้ำลุยไฟ ไปหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ติ๊กทำนั้นล้วนเป็นสิ่งที่หามาด้วยลำแข้งทั้งสิ้น (ภูมิใจแทน)
เป็นคนที่โดดเด่นของรุ่นเราจริง ๆ จบมาเธอก็ได้ "เกรดนิยม อันดับ 1"อีก (ได้ขึ้นบอร์ดยักษ์ของคณะที่ตึก 5) ข้าน้อยขอคารวะหนึ่งจอก
30 July

ปฤณ ปัญจมาศ

ชื่อของเขา อ่านว่า ปริน ชื่อเล่นของเขาคือ "เต๊ะ" ตอนซ้อมฟุตบอลน้องใหม่ ไอหมอนี่ เป็นคนที่เพื่อน ๆ จำชื่อไม่ค่อยได้ ถามแล้วถามอีก รู้จักกันจริง ๆ ก็เพราะชอบเล่น Winning (เป็นเกมส์ฟุตบอลในเครื่อง play station ยอดฮิต) เหมือนกัน ซึ่งผมก็ถูกถล่มโดยตลอด อาจารย์ท่านหนึ่ง เคยให้ฉายาเค้าว่า "เสี่ยปฤณ" อาจเพราะโหวเฮ้ง เหนือหน้าผากขึ้นไปของเขาคล้าย กับ เสี่ย (แต่ไม่ใช่คนขี้ใจน้อย) เขาเป็นคนทำอะไรทำจริง หากอยากจะทำอะไร เขาจะพยายามแล้วพยายามเล่าจนประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน กิจกรรม มีอะไร "เสี่ยปฤณ" ก็ช่วยเพื่อน ๆ ตลอด  ไม่เคยบ่นเลย เป็นคนที่น่าคบคนหนึ่งคับ ดูเหมือนว่า "เสี่ยปฤณ จะเป็นคนไม่โดดเด่น ถ้าก็เป็นคนที่น่าจดจำมาก ๆ คนหนึ่งคับ ตอนนี้เขากำลังศึกษา อยู่ที่ ประเทศญี่ปุ่น ครับ

พีรดนย์ หมอนทอง

หนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม คนนี้ ใคร ๆ เรียกเค้าว่า "เบียร์" เจอกันครั้งแรก ดูหน๋อมแน๋ม มองภายนอกอาจจะนึกว่าเค้า ติ๋ม ๆ เหมือนกระเทย แต่ที่จริงแล้วเค้าเป็นยิ่งกว่านั้นครับ (ล้อเล่น)  "เบียร์" หรือ "บีหรุ" (ภาษาญี่ปุ่น) เป็นคนที่สนิทกับสาว ๆ มากที่สุด เพราะความที่เค้ามีความสามารถในการเรียนอันดีบต้น ๆ ทำให้เค้าสามารถเป็นที่พึ่งของสาว ๆ ได้ อย่างสนิทใจ ซึ่งตอนนี้ "บีหรุ"กำลังศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่นโน้น เค้าเป็นคนที่พูดจาน้อย หากไม่รู้จักเค้าจริง ๆ แล้วจะไม่รู้เลยว่าคน ๆ นี้เป็นคนที่สนุกสนาน เฮฮา อาจติดคุณหนูบ้างเล็กน้อย ยิ่งไปว่านั้น หากปรึกษา "เบียร์" เรื่อง โทรศัพท์มือถือ หรือ ของแบรนด์เนมล่ะก็  she รู้หมด จริง ๆ เป็นอีกคนที่ได้ "เกลียดนิยม" มาครอง
27 July

พอเจษฎ์ โนนทัน

ชื่อเล่นเค้า คือ "เต๋อ" ถ้าสนิทกันหน่อยจะเรียกมันว่า "บักเต๋อ" เป็นเด็กอุบลฯ เหมือนกับ "บักจ่อย" เจอมันครั้งแรกเนี่ย ในการซ้อมฟุตบอลน้องใหม่เหมือนกัน ผมจะเรียกมันว่า "ลีซอ" เพราะมันหน้าตา ละม้ายคล้ายกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยคนหนึ่ง ไอเนี้ย มันเป็นคนที่ฟิต (บ้าพลัง) จริง ๆ คือ บางครั้งก็วิ่งจากหอมา ปั่นจักรยานมาเรียน มันเป็นคนที่ดีความคิดแปลก ๆ เสมอครับ แต่สื่อสารกับเพื่อนไม่ค่อยรู้เรื่อง มันจะออกแนวงอน ๆ (แบบหล่อ ๆ) นิดหน่อยเวลาไม่มีใครฟังมัน "บักเต๋อ" เป็น activist คือ เป็นนักกิจกรรมที่ทุ่มเทมาก ๆ  มันทำงานอยู่ อนมข. (องค์การนักศึกษา ม.ข.) น้อง ๆ รู้จักมันทั้งมหาวิทยาลัย (โดยเฉพาะสาว ๆ ) ถือว่ามันเป็นคนที่น่าสนใจคนหนึ่งคับ ใครอยากเจอมันเนี้ย ร้านเกมส์หลังมอ
26 July

พัด วงศ์วรรณงาม

ไอ้คนนี้มันชื่อว่า "พัด" ครับชื่อพยางค์เดียวจริง ๆ เจอหน้าครั้งแรกตอนปีซ้อมบอลน้องใหม่ของคณะคับ เห็นครั้งแรก คิดจะเอากำปั้นกระทบหน้ามันครับ
เพราะมันพูดจา น่าหมั่นไส้จริง ๆ (กวนโอ้ย) มาทีหลังเลยรู้ครับว่า ไอนี้มันเรียนเอกเดียวกัน (แต่ก็ยังหมั่นไส้มันเหมือนเดิม) เขาคนนี้ชอบทำอะไรสุดตัวจริง ๆ บ้าก็บ้าได้ใจ จนได้เป็น
"ประธานฝ่ายกีฬา" ของคณะเรา  เป็นโค้ชทีมฟุตบอล เป็นพระเอกละครเพลง (แหวะ) ภาษาอังกฤษเรื่อง "ไอด้า"  แถมยังมาเป็นผู้ฝึกสอนนักแสดงเรื่อง "คุณตัว"  เรื่องเรียนก็ไม่ต้องห่วงครับหมอนี่ สอบทีไรมันติดอันดับต้น ๆ ทีเดียว เป็นอีกคนที่ได้ "เกลียดนิยม" มาครอง ผมชอบเรียกมันว่า "บักจ่อย" เพราะตัวมันเล็ก ๆ ผอม ๆ เหมือนไม่มีแรง แต่ที่ไหนได้ เล่นกีฬาเก่งทุกประเภท ขนาดยังไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยด้วยกัน บักจ่อยนี่แหละคับทำให้ผม เข้าใจความแตกต่างระหว่างความเป็น "เพื่อน" มากขึ้นเป็นกอง และอีกอย่างมันเป็นคนขี้เหงามาก ๆ คือถ้าไม่มีเพื่อน มันก็จะโทรหาทีละคน ๆ ชวนไปกินข้าวบ้าง เข้าวัด(สายตา)กันบ้างตอนนี้มันกำลังหาอะไรบางอย่างในชีวิตอยู่ ที่อเมริกาโน้น รวย ๆ
25 July

อิทธิฤทธิ์ สุวรรณกรัม

หนุ่มคนนี้มีแต่คนเรียกเค้าว่า "พี่" นำหน้าตลอด อาจความที่ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี และอบอุ่น แถมขี้เมานิด ๆ เป็นคนที่สู้ชีวิตพอสมควรคับ ทำกิจกรรมจนได้เป็น ประธานชมรมอีสาน เป็นที่รักของเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนคับ ยิ่งเวลาเราจะจัดกิจกรรม หรือ ออกค่าย ก็ต้องให้เป็นหัวเรือใหญ่ตลอดครับ เสียสละดี โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีชีวิตที่คล้าย ๆ ไอหมอนี้เหมือนกัน ถึงคุยกันได้ถูกคอ ได้ข่าวว่าตอนนี้ทำงาน อยู่ ดับเบิ้ลเอ อ้อ ลืมไปคับ เค้าชื่อ "อิทธิ์" ขี้เมาแห่งชมรมอีสาน (ชั้นสองโรงชาย)

ณัฐพล วรรณงอม

คน ๆ นี้แทบจะเรียกได้ว่า เป็นขวัญใจสาว ๆ ได้เลยครับ (อิจฉา) คงเป็นเพราะเป็นที่พึ่งของเพื่อน ๆ ได้ ในยามคับขัน ยิ่งในช่วงสอบเนี้ย ไม่ต้องห่วงคับ คิวไม่ว่าง เดินสายติวให้เพื่อน ๆ ตลอด วิชาไหนก็ตามที่ผมได้ร่วมกลุ่มกับหมอนี่ ผมจะลดความกังวัลลงได้ถึง 90% ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่เพื่อน ๆ สามารถพึ่งได้  บางคนจะเรียกเค้าว่า "พี่ตูน บอดี้สลัม" อาจเพราะตอนเค้าไว้ผมยาวหน้าตาของเขาละม้ายคล้าย พี่ตูน บอดี้แสลม พอตัดผมสั้น เพื่อน ๆ ก็เรียก เขาว่า "พี่หนุ่มศรราม" (คนดังทั้งน้าน) แต่ผมมักจะเรียกเขาว่า "คนป่วย" เพราะรูปร่างอันผอมบางของเขา ประกอบกับ ผิวพรรณราวกะว่าไม่ได้ถูกแสงแดด มาเป็นระยะเวลาหลายปีของเขา ข้อดีที่น่ายกย่องก็คือ เขาจะหาทำงานพิเศษตลอดครับ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสริฟ ติวเตอร์ จนสามารถผ่อนรถได้ด้วยตัวเอง เยี่ยมจริง ๆ จบมายังได้ "เกลียดนิยม" อีก ทึ่งจริง ๆ

คมสิว สารทอง

คน ๆ นี้ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า "พี่แคน" เพราะเขาชื่อแคนน่ะคับคนที่พาเพื่อนเรียกคนแรกน่าจะเป็น "อิทธิ์" ส่วนผมจะเรียกเขาว่า "หัม" (The Gloden Hum) แปลว่า ผู้อันเป็นที่รัก ในภาษาอีสานน่ะคับ คน ๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นคนที่มีตารางเวลาในทำโน้นทำนี้ได้แน่นอนที่สุด จนถึงขั้นน่าเบื่อ ยกตัวอย่างเช่น กินข้าว 7 โมงเช้า เรียนเสร็จต้องไปเล่นบาส ทุกวัน แต่มาหลัง ๆ เริ่มชวนกันไปหาพี่เหว่า (ชมรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์) หลังมอ กับพวกเราเสมอครับ หรือบางทีชอบพากันไปตรวจสายตากันประจำ   ที่น่ายกย่องก็คือ แกชอบใคร น้องเขาก็หนีหมดครับ
18 July

อย่ามองคนที่ภายนอก ณ พัทยา

คำเตือน*-* หากท่านอ่านบทความนี้เสร็จแล้วอาจจะเหม็นขี้หน้าผู้เขียนได้ ถ้าไม่อยากเหม็น หรือ อยากเหม็นยิ่ง ๆ ขึ้น ก็ท่านสามารถอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณครับ
 
 
สวัสดีทุก ๆ ท่าน อีกครั้ง หลังจากอ่านประสบการณ์เสียว ๆ ของผมที่พัทยากันมาแล้ว ก็มาฟังเรื่องสนุก ๆ  ดู บ้างนะครับ ในการใช้ชีวิตบ้างนะครับ
 
        เพื่อน ๆ ทุกท่านครับ อย่างที่ทราบกันนะครับ เศรษฐกิจทุกวันนี้มันไม่ได้ราบรื่นเหมือนหน้าตาของผมสักเท่าไหร่  ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เป็นเพราะอะไร ทุก ๆ ท่านคงจะทราบนะครับ 
    
        เมื่อเศรษฐกิจมันไม่ดี มันก็ส่งผลกระทบต่อมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราโดยตรงคับ คือ เพื่อนบางคนยังไม่มีงานทำ (เพราะเลือกงาน) งานก็หายากแสนยาก เหมือนหาสิวบนใบหน้าของผม (ยากจริง ๆ) ดูข่าวทีวีก็มีแต่เรื่องน่าอนาจใจ ไฟใต้เมื่อไหร่จะดับ ทุก ๆ คนพูดแต่เรื่องศีลธรรมครับ แต่ส่วนใหญ่จะดีแต่ปาก คือ มือเป็นกลาก ปากเป็นหิด อะไรทำนองเนี้ย แม้แต่พระก็ไม่เว้นครับท่าน สมณะบางรูปใช่วิธีปลุกเสกจตุคาม หรือแสดงอภิปาฎิหารย์ เนี้ย พระพุทธเจ้าตรัสห้ามนะครับ แม้พระองค์เองได้แสดงเพื่อกำราบทิฐิของ ชฎิล 3 พี่น้อง (คือ หัวหน้าพวกนอกรีตท้องถิ่นมีสามพี่น้อง บูชาไฟ) และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้พระพุทธศาสนาเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายครับ เพราะเหตุว่ามีคนท้องถิ่นที่นับถืบพวกชฎิลอยู่มาก เมื่อท่านทั้งสามหันมานับถือพระพุทธศาสนา บรรดาศิษย์ที่เคยนับถือชฎิลก็หันมานับถือพระพุทธศาสนาด้วย นั่นสร้างคุณูประการแก่พระพุทธศาสนาอย่างมาก
 
          แต่ในปัจจุบัน ชอบอวดว่าข้ามีคาถาอาคม หรือ ปลุกเสกอะไรต่าง ๆ แบบพิสดารถือ บ้างถือมีดดาบ บ้างขี่ช้าง บ้างร่ายรำแปลก ๆ ทุก ๆ ท่านกำลังต้องอาบัตินะครับ ทุกกฎอย่างน้อย (ทุกกฎ คือ การต้องโทษทางวินัยสงฆ์นะครับ ถือเป็นลหุโทษ) หรือบางท่านถึงขั้น อวดอุตริมนุสธรรม (คือธรรมไม่มีในตน เช่น เป็นผู้วิเศษ บรรลุธรรมขั้นโน้นขั้นนี้) อาจจะต้อง ปาราชิก (แปลว่า ผู้พ่าย) ซึ่งเป็นความผิดวินัยสงฆ์ที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขั้น จับสึก ถือ เป็นครุโทษ (โทษหนัก) ห้ามสวรรค์ คือ ตกนรกอย่างเดียว และ ห้ามนิพพาน คือ ไม่สามารถไปถึงความหลุดพ้นได้ ซึ่ง พระเกย์จิ (เกย์จริง ๆ) บางท่านอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ท่านต้องปาราชิกเข้าให้       แล้วเราจะตัดสินอย่างไรล่ะว่าพระรูปไหนต้องปาราชิกหรือไม่ แค่เห็นนุ่งผ้าเหลืองงั้นหรือ?
 
        

       

           ทุก ๆ คนเคยมีความคิดแบบนี้ไหมครับว่า คู่สนทนาของท่านกำลังประเมินท่านผิดไปจากความจริง หรือตัวจริงที่ท่านเป็น    พูดง่าย    ก็คือ ตัดสินท่านจากภายนอก แค่รู้จักแค่เพียงผิวเผินรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเลย เห็นเรา ตัวดำ ฟันเหยิน ตาเข เตี้ย ก็ตัดสินว่า ไอคนนี้ต้องเป็นคนการศึกษาต่ำ น่ารังเกียจ อันนี้ในด้านทัศนคติ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เราเห็นชายคนหนึ่งกินแต่เหล้า สูบแต่ยา (บุหรี่) ก็ตัดสินไปก่อนแล้วว่าไอนี่น่ะมันต้องไม่ได้เรื่องแน่ ๆ เสเพล หรือเป็น กุ๊ย อันนี้เค้าเรียก stereo types คือ ทัศนคติทางสังคม คือเห็นคนประพฤติอย่างนี้แล้วก็คิดว่าเค้าต้องเป็นแบบนี้ แบบนั้น แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น ผมเชื่อว่า ชายคนนี่อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้ เค้าอาจจะเป็นพ่อที่ดีของลูก ๆ หรือเป็นคุณหมอรักษาคนไข้อนาถาก็ได้ (เข้าข้างตัวเอง) ตัวอย่างแบบนี้มันอาจจะเป็น resonalization (คือเหตุผลเข้าข้างตัวเอง) แต่จุดหมายของผมแล้วก็คืออย่าตัดสินคนโดยการมองแค่เพียงภายนอก ถ้าเรายังไม่รู้จักใครดีพอ

 

                      ตัวทัศนคตินี้แหละครับที่ทำให้เราเกิดข้อขัดแย้งกันทางสังคม เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน เราย่อมเกิดความหนางแหนงแคลงใจกันได้ง่าย โดยเฉพาะการใช้ชีวิติอยู่ที่พัทยานี่แหละครับ ทำให้ผมรู้ว่า อ๋อ การปฏิบัติตัวแบบนี้มันทำให้เค้าเห็นเราผิดไป คือ ไม่รู้จักเราจริง ๆ รู้แค่เปลือกน่ะ

 

                       ผมอยู่ขอนแก่น ยูบาร์ (ผับอันดับหนึ่งของขอนแก่น)ไม่เที่ยว เพื่อนชวนกินเหล้า ยากมากที่จะไป กินก็ไม่เคยเมาอ้วกแตก หรือระรานใคร ทำงานเสร็จก็กลับมาออกกำลังกาย ไปวิ่ง ตามประสา แต่มาอยู่พัทยาเหรอคับ ผมมีโอกาสก็ไป ไม่ได้ว่าใจชอบนะครับ แต่เป็นเพราะอยากจะหาประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และที่สำคัญ ผมมาเรียน นี่แหละสำคัญ ตอนนี้ผมไม่เสียดายที่ได้มาพัทยา ไม่เสียดายตังค์ด้วย เพราะมันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ดีใจที่ได้เจอทุก ๆ คนมากครับ (พูดเหมือนจะฆ่าตัวตาย)

 

                     แต่ที่ผมมาสะดุดก็ คือ คำว่าชอบไปที่ อโคจร นี่แหละ มันสะกิดใจผมจริง ๆ หรือ ไปแต่ที่ อโคจร เป็นต้น หากท่านได้อ่านข้อความข้างต้น ก็จะเข้าใจนะครับว่าผมคิดหรือเป็นอย่างไร สรุป คือ กูไม่ได้ชอบเล้ยยยย แต่ที่ไปน่ะแค่อยากรู้ครับ พอกลับขอนแก่น ชีวิตคงจะเข้าอีหรอบเดิมคับ

 

           ตอนนี้นะครับ ผมกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ในการเป็นเถ้าแก่ คือ ผม ได้เรียนรู้ทัศนคติ วิธีการทำงาน รวมถึงระบบการทำงานของเจ้านายทุก ๆ ท่าน โดยที่ผมไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไป ทุก ๆ คน มีดี มีเสีย ทั้งนั้น ถือว่าเป็นวิชาชีพ หลักสูตรหนึ่งที่สำคัญต่อเราในอนาคตคับ

 

 

แวะมาแล้ว comment ให้ ด้วย ขอบคุณ

17 July

ประสบการณ์เสียว จากพัทยาครับ

มีหญิงสาว กับชายหนุ่ม อยู่ในห้อง

สองต่อสอง ชายจับแท่งแกว่งให้สั่น

ชายสั่งหญิงให้อม ในปากพลัน

หญิงดื้อรั้น ชายเร่งเร้า ด้วยอารมณ์

จับโคนไว้ เอาปลายแหย่ ให้เข้าปาก

หญิงกะตาก หุบปากนิ่ง เอาหน้าก้ม

ชายก็บ่น เหตุผลใด ถึงไม่อม

ต้องขู่ข่ม ให้หายดื้น กันหรือไร

พูดดี ดี ก็ไม่ฟัง ต้องบังคับ

เอามือจับ ปากให้อ้า คว้าแท่งใส่

ให้ปากอม เธอไม่เคย เลยหรือไง

นี่ปรอท วัดไข้ หมอให้อม

11 July

ควันหลงจากขอนแก่น

                              เพิ่งไปขนของมาจากขอนแก่น เลยแวะไปดูหนังเรื่อง ตายยาก 4 มา ขอชมครับว่า มุมกล้องสะใจดีจริง ๆ บวกกับได้ดูในโรงอีก ดูไปประมาณครึ่งเรื่อง ก็เกิดไฟดับทั้งตึกคอมโฆษะ นั่งรอประมาณเกือบสามสิบนาที สรุปคือ ทางโรงให้บัตรมาดูหนังรอบไหนก็ได้แต่ต้องดูเรื่องเดิม ผลก็คือไม่ได้ไปดูต่อเพราะต้องกลับพัทยา หลังจากนั้นก็ไปหาอะไรกินที่ เย็นเต็ก แถว ๆ โรงเรียนกัลยาณวัตร อร่อยครับ มีบารากุให้ดูดอีกแหนะ
 
 
 
 
                              กลับไปขอนแก่นเที่ยวนี้ค่อนข้างยุ่ง ๆ หน่อย ไม่ได้เที่ยวไหนเลยครับต้องไปโรงพัก ไปศาลตลอด กลับมาก็ต้องไปจัด break ที่คณะศิลปกรรมอีกแหนะ แต่ก็สนุกดีคับ เห็นน้อง ๆ  เฟรชชี่ เห็นแล้วกระชุ่มกระชวย แหะ ๆ ก่อนกลับก็ไปกินร้าน ลุงกับป้า ผมว่าร้านนี้น่ะ อาหารก็อร่อย ราคาก็สมเหตุสมผล กว่าร้านอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ร้านอีก ได้คุย กะ เพื่อนม่อน ได้รู้ว่าช่วงนี้มันกำลังรั่ว คือ ซวยตลอด เล่าไปก็หัวเราะไป ซวยสุด ๆ ก็คงเป็นย่ามันตายนี่แหละ ดูสภาพเหมือนกับเขาต้องการกำลังใจ และหมดไฟไม่เหมือนก่อนคับ แต่มันก็รับปากว่า หากพ้นช่วงนี้แล้วก็จะกลับมาเป็นคนเดิม (แต่ให้มันผ่านให้ได้ก่อนเหอะ)
06 July

93 at Pattaya

ไปร้าน 93 มาครับเมื่อคืน ก่อนหน้านั้นก็ไปร้านเก่งเนื้อย่าง มีปูย่าง หมึก กุ้ง ด้วย แล้วไปต่อที่ร้าน 93 มาสองคนกับพลขับ นั่งเกือบเช้าคับ
บรรยากาศก็โอเค มีวงเล่นสด แนวสกาด้วย มีโต๊ะพูลอีก เลยลองไปเล่นดู สรุปว่าแพ้ครับ แหะ ๆ วันนี้เลยมาทำงานเหมือนกับคนอารมณ์ค้างหน่
 
Photo 1 of 47

IT News

Loading...Loading...

Travel

Loading...Loading...

health

Loading...Loading...

Windows Media Player

by