air's profilePeter's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    30 July

    ปฤณ ปัญจมาศ

    ชื่อของเขา อ่านว่า ปริน ชื่อเล่นของเขาคือ "เต๊ะ" ตอนซ้อมฟุตบอลน้องใหม่ ไอหมอนี่ เป็นคนที่เพื่อน ๆ จำชื่อไม่ค่อยได้ ถามแล้วถามอีก รู้จักกันจริง ๆ ก็เพราะชอบเล่น Winning (เป็นเกมส์ฟุตบอลในเครื่อง play station ยอดฮิต) เหมือนกัน ซึ่งผมก็ถูกถล่มโดยตลอด อาจารย์ท่านหนึ่ง เคยให้ฉายาเค้าว่า "เสี่ยปฤณ" อาจเพราะโหวเฮ้ง เหนือหน้าผากขึ้นไปของเขาคล้าย กับ เสี่ย (แต่ไม่ใช่คนขี้ใจน้อย) เขาเป็นคนทำอะไรทำจริง หากอยากจะทำอะไร เขาจะพยายามแล้วพยายามเล่าจนประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน กิจกรรม มีอะไร "เสี่ยปฤณ" ก็ช่วยเพื่อน ๆ ตลอด  ไม่เคยบ่นเลย เป็นคนที่น่าคบคนหนึ่งคับ ดูเหมือนว่า "เสี่ยปฤณ จะเป็นคนไม่โดดเด่น ถ้าก็เป็นคนที่น่าจดจำมาก ๆ คนหนึ่งคับ ตอนนี้เขากำลังศึกษา อยู่ที่ ประเทศญี่ปุ่น ครับ

    พีรดนย์ หมอนทอง

    หนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม คนนี้ ใคร ๆ เรียกเค้าว่า "เบียร์" เจอกันครั้งแรก ดูหน๋อมแน๋ม มองภายนอกอาจจะนึกว่าเค้า ติ๋ม ๆ เหมือนกระเทย แต่ที่จริงแล้วเค้าเป็นยิ่งกว่านั้นครับ (ล้อเล่น)  "เบียร์" หรือ "บีหรุ" (ภาษาญี่ปุ่น) เป็นคนที่สนิทกับสาว ๆ มากที่สุด เพราะความที่เค้ามีความสามารถในการเรียนอันดีบต้น ๆ ทำให้เค้าสามารถเป็นที่พึ่งของสาว ๆ ได้ อย่างสนิทใจ ซึ่งตอนนี้ "บีหรุ"กำลังศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่นโน้น เค้าเป็นคนที่พูดจาน้อย หากไม่รู้จักเค้าจริง ๆ แล้วจะไม่รู้เลยว่าคน ๆ นี้เป็นคนที่สนุกสนาน เฮฮา อาจติดคุณหนูบ้างเล็กน้อย ยิ่งไปว่านั้น หากปรึกษา "เบียร์" เรื่อง โทรศัพท์มือถือ หรือ ของแบรนด์เนมล่ะก็  she รู้หมด จริง ๆ เป็นอีกคนที่ได้ "เกลียดนิยม" มาครอง
    27 July

    พอเจษฎ์ โนนทัน

    ชื่อเล่นเค้า คือ "เต๋อ" ถ้าสนิทกันหน่อยจะเรียกมันว่า "บักเต๋อ" เป็นเด็กอุบลฯ เหมือนกับ "บักจ่อย" เจอมันครั้งแรกเนี่ย ในการซ้อมฟุตบอลน้องใหม่เหมือนกัน ผมจะเรียกมันว่า "ลีซอ" เพราะมันหน้าตา ละม้ายคล้ายกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยคนหนึ่ง ไอเนี้ย มันเป็นคนที่ฟิต (บ้าพลัง) จริง ๆ คือ บางครั้งก็วิ่งจากหอมา ปั่นจักรยานมาเรียน มันเป็นคนที่ดีความคิดแปลก ๆ เสมอครับ แต่สื่อสารกับเพื่อนไม่ค่อยรู้เรื่อง มันจะออกแนวงอน ๆ (แบบหล่อ ๆ) นิดหน่อยเวลาไม่มีใครฟังมัน "บักเต๋อ" เป็น activist คือ เป็นนักกิจกรรมที่ทุ่มเทมาก ๆ  มันทำงานอยู่ อนมข. (องค์การนักศึกษา ม.ข.) น้อง ๆ รู้จักมันทั้งมหาวิทยาลัย (โดยเฉพาะสาว ๆ ) ถือว่ามันเป็นคนที่น่าสนใจคนหนึ่งคับ ใครอยากเจอมันเนี้ย ร้านเกมส์หลังมอ
    26 July

    พัด วงศ์วรรณงาม

    ไอ้คนนี้มันชื่อว่า "พัด" ครับชื่อพยางค์เดียวจริง ๆ เจอหน้าครั้งแรกตอนปีซ้อมบอลน้องใหม่ของคณะคับ เห็นครั้งแรก คิดจะเอากำปั้นกระทบหน้ามันครับ
    เพราะมันพูดจา น่าหมั่นไส้จริง ๆ (กวนโอ้ย) มาทีหลังเลยรู้ครับว่า ไอนี้มันเรียนเอกเดียวกัน (แต่ก็ยังหมั่นไส้มันเหมือนเดิม) เขาคนนี้ชอบทำอะไรสุดตัวจริง ๆ บ้าก็บ้าได้ใจ จนได้เป็น
    "ประธานฝ่ายกีฬา" ของคณะเรา  เป็นโค้ชทีมฟุตบอล เป็นพระเอกละครเพลง (แหวะ) ภาษาอังกฤษเรื่อง "ไอด้า"  แถมยังมาเป็นผู้ฝึกสอนนักแสดงเรื่อง "คุณตัว"  เรื่องเรียนก็ไม่ต้องห่วงครับหมอนี่ สอบทีไรมันติดอันดับต้น ๆ ทีเดียว เป็นอีกคนที่ได้ "เกลียดนิยม" มาครอง ผมชอบเรียกมันว่า "บักจ่อย" เพราะตัวมันเล็ก ๆ ผอม ๆ เหมือนไม่มีแรง แต่ที่ไหนได้ เล่นกีฬาเก่งทุกประเภท ขนาดยังไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยด้วยกัน บักจ่อยนี่แหละคับทำให้ผม เข้าใจความแตกต่างระหว่างความเป็น "เพื่อน" มากขึ้นเป็นกอง และอีกอย่างมันเป็นคนขี้เหงามาก ๆ คือถ้าไม่มีเพื่อน มันก็จะโทรหาทีละคน ๆ ชวนไปกินข้าวบ้าง เข้าวัด(สายตา)กันบ้างตอนนี้มันกำลังหาอะไรบางอย่างในชีวิตอยู่ ที่อเมริกาโน้น รวย ๆ
    25 July

    อิทธิฤทธิ์ สุวรรณกรัม

    หนุ่มคนนี้มีแต่คนเรียกเค้าว่า "พี่" นำหน้าตลอด อาจความที่ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี และอบอุ่น แถมขี้เมานิด ๆ เป็นคนที่สู้ชีวิตพอสมควรคับ ทำกิจกรรมจนได้เป็น ประธานชมรมอีสาน เป็นที่รักของเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนคับ ยิ่งเวลาเราจะจัดกิจกรรม หรือ ออกค่าย ก็ต้องให้เป็นหัวเรือใหญ่ตลอดครับ เสียสละดี โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีชีวิตที่คล้าย ๆ ไอหมอนี้เหมือนกัน ถึงคุยกันได้ถูกคอ ได้ข่าวว่าตอนนี้ทำงาน อยู่ ดับเบิ้ลเอ อ้อ ลืมไปคับ เค้าชื่อ "อิทธิ์" ขี้เมาแห่งชมรมอีสาน (ชั้นสองโรงชาย)

    ณัฐพล วรรณงอม

    คน ๆ นี้แทบจะเรียกได้ว่า เป็นขวัญใจสาว ๆ ได้เลยครับ (อิจฉา) คงเป็นเพราะเป็นที่พึ่งของเพื่อน ๆ ได้ ในยามคับขัน ยิ่งในช่วงสอบเนี้ย ไม่ต้องห่วงคับ คิวไม่ว่าง เดินสายติวให้เพื่อน ๆ ตลอด วิชาไหนก็ตามที่ผมได้ร่วมกลุ่มกับหมอนี่ ผมจะลดความกังวัลลงได้ถึง 90% ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่เพื่อน ๆ สามารถพึ่งได้  บางคนจะเรียกเค้าว่า "พี่ตูน บอดี้สลัม" อาจเพราะตอนเค้าไว้ผมยาวหน้าตาของเขาละม้ายคล้าย พี่ตูน บอดี้แสลม พอตัดผมสั้น เพื่อน ๆ ก็เรียก เขาว่า "พี่หนุ่มศรราม" (คนดังทั้งน้าน) แต่ผมมักจะเรียกเขาว่า "คนป่วย" เพราะรูปร่างอันผอมบางของเขา ประกอบกับ ผิวพรรณราวกะว่าไม่ได้ถูกแสงแดด มาเป็นระยะเวลาหลายปีของเขา ข้อดีที่น่ายกย่องก็คือ เขาจะหาทำงานพิเศษตลอดครับ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสริฟ ติวเตอร์ จนสามารถผ่อนรถได้ด้วยตัวเอง เยี่ยมจริง ๆ จบมายังได้ "เกลียดนิยม" อีก ทึ่งจริง ๆ

    คมสิว สารทอง

    คน ๆ นี้ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า "พี่แคน" เพราะเขาชื่อแคนน่ะคับคนที่พาเพื่อนเรียกคนแรกน่าจะเป็น "อิทธิ์" ส่วนผมจะเรียกเขาว่า "หัม" (The Gloden Hum) แปลว่า ผู้อันเป็นที่รัก ในภาษาอีสานน่ะคับ คน ๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นคนที่มีตารางเวลาในทำโน้นทำนี้ได้แน่นอนที่สุด จนถึงขั้นน่าเบื่อ ยกตัวอย่างเช่น กินข้าว 7 โมงเช้า เรียนเสร็จต้องไปเล่นบาส ทุกวัน แต่มาหลัง ๆ เริ่มชวนกันไปหาพี่เหว่า (ชมรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์) หลังมอ กับพวกเราเสมอครับ หรือบางทีชอบพากันไปตรวจสายตากันประจำ   ที่น่ายกย่องก็คือ แกชอบใคร น้องเขาก็หนีหมดครับ
    18 July

    อย่ามองคนที่ภายนอก ณ พัทยา

    คำเตือน*-* หากท่านอ่านบทความนี้เสร็จแล้วอาจจะเหม็นขี้หน้าผู้เขียนได้ ถ้าไม่อยากเหม็น หรือ อยากเหม็นยิ่ง ๆ ขึ้น ก็ท่านสามารถอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณครับ
     
     
    สวัสดีทุก ๆ ท่าน อีกครั้ง หลังจากอ่านประสบการณ์เสียว ๆ ของผมที่พัทยากันมาแล้ว ก็มาฟังเรื่องสนุก ๆ  ดู บ้างนะครับ ในการใช้ชีวิตบ้างนะครับ
     
            เพื่อน ๆ ทุกท่านครับ อย่างที่ทราบกันนะครับ เศรษฐกิจทุกวันนี้มันไม่ได้ราบรื่นเหมือนหน้าตาของผมสักเท่าไหร่  ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เป็นเพราะอะไร ทุก ๆ ท่านคงจะทราบนะครับ 
        
            เมื่อเศรษฐกิจมันไม่ดี มันก็ส่งผลกระทบต่อมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราโดยตรงคับ คือ เพื่อนบางคนยังไม่มีงานทำ (เพราะเลือกงาน) งานก็หายากแสนยาก เหมือนหาสิวบนใบหน้าของผม (ยากจริง ๆ) ดูข่าวทีวีก็มีแต่เรื่องน่าอนาจใจ ไฟใต้เมื่อไหร่จะดับ ทุก ๆ คนพูดแต่เรื่องศีลธรรมครับ แต่ส่วนใหญ่จะดีแต่ปาก คือ มือเป็นกลาก ปากเป็นหิด อะไรทำนองเนี้ย แม้แต่พระก็ไม่เว้นครับท่าน สมณะบางรูปใช่วิธีปลุกเสกจตุคาม หรือแสดงอภิปาฎิหารย์ เนี้ย พระพุทธเจ้าตรัสห้ามนะครับ แม้พระองค์เองได้แสดงเพื่อกำราบทิฐิของ ชฎิล 3 พี่น้อง (คือ หัวหน้าพวกนอกรีตท้องถิ่นมีสามพี่น้อง บูชาไฟ) และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้พระพุทธศาสนาเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายครับ เพราะเหตุว่ามีคนท้องถิ่นที่นับถืบพวกชฎิลอยู่มาก เมื่อท่านทั้งสามหันมานับถือพระพุทธศาสนา บรรดาศิษย์ที่เคยนับถือชฎิลก็หันมานับถือพระพุทธศาสนาด้วย นั่นสร้างคุณูประการแก่พระพุทธศาสนาอย่างมาก
     
              แต่ในปัจจุบัน ชอบอวดว่าข้ามีคาถาอาคม หรือ ปลุกเสกอะไรต่าง ๆ แบบพิสดารถือ บ้างถือมีดดาบ บ้างขี่ช้าง บ้างร่ายรำแปลก ๆ ทุก ๆ ท่านกำลังต้องอาบัตินะครับ ทุกกฎอย่างน้อย (ทุกกฎ คือ การต้องโทษทางวินัยสงฆ์นะครับ ถือเป็นลหุโทษ) หรือบางท่านถึงขั้น อวดอุตริมนุสธรรม (คือธรรมไม่มีในตน เช่น เป็นผู้วิเศษ บรรลุธรรมขั้นโน้นขั้นนี้) อาจจะต้อง ปาราชิก (แปลว่า ผู้พ่าย) ซึ่งเป็นความผิดวินัยสงฆ์ที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขั้น จับสึก ถือ เป็นครุโทษ (โทษหนัก) ห้ามสวรรค์ คือ ตกนรกอย่างเดียว และ ห้ามนิพพาน คือ ไม่สามารถไปถึงความหลุดพ้นได้ ซึ่ง พระเกย์จิ (เกย์จริง ๆ) บางท่านอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ท่านต้องปาราชิกเข้าให้       แล้วเราจะตัดสินอย่างไรล่ะว่าพระรูปไหนต้องปาราชิกหรือไม่ แค่เห็นนุ่งผ้าเหลืองงั้นหรือ?
     
            

           

               ทุก ๆ คนเคยมีความคิดแบบนี้ไหมครับว่า คู่สนทนาของท่านกำลังประเมินท่านผิดไปจากความจริง หรือตัวจริงที่ท่านเป็น    พูดง่าย    ก็คือ ตัดสินท่านจากภายนอก แค่รู้จักแค่เพียงผิวเผินรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเลย เห็นเรา ตัวดำ ฟันเหยิน ตาเข เตี้ย ก็ตัดสินว่า ไอคนนี้ต้องเป็นคนการศึกษาต่ำ น่ารังเกียจ อันนี้ในด้านทัศนคติ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เราเห็นชายคนหนึ่งกินแต่เหล้า สูบแต่ยา (บุหรี่) ก็ตัดสินไปก่อนแล้วว่าไอนี่น่ะมันต้องไม่ได้เรื่องแน่ ๆ เสเพล หรือเป็น กุ๊ย อันนี้เค้าเรียก stereo types คือ ทัศนคติทางสังคม คือเห็นคนประพฤติอย่างนี้แล้วก็คิดว่าเค้าต้องเป็นแบบนี้ แบบนั้น แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น ผมเชื่อว่า ชายคนนี่อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้ เค้าอาจจะเป็นพ่อที่ดีของลูก ๆ หรือเป็นคุณหมอรักษาคนไข้อนาถาก็ได้ (เข้าข้างตัวเอง) ตัวอย่างแบบนี้มันอาจจะเป็น resonalization (คือเหตุผลเข้าข้างตัวเอง) แต่จุดหมายของผมแล้วก็คืออย่าตัดสินคนโดยการมองแค่เพียงภายนอก ถ้าเรายังไม่รู้จักใครดีพอ

     

                          ตัวทัศนคตินี้แหละครับที่ทำให้เราเกิดข้อขัดแย้งกันทางสังคม เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน เราย่อมเกิดความหนางแหนงแคลงใจกันได้ง่าย โดยเฉพาะการใช้ชีวิติอยู่ที่พัทยานี่แหละครับ ทำให้ผมรู้ว่า อ๋อ การปฏิบัติตัวแบบนี้มันทำให้เค้าเห็นเราผิดไป คือ ไม่รู้จักเราจริง ๆ รู้แค่เปลือกน่ะ

     

                           ผมอยู่ขอนแก่น ยูบาร์ (ผับอันดับหนึ่งของขอนแก่น)ไม่เที่ยว เพื่อนชวนกินเหล้า ยากมากที่จะไป กินก็ไม่เคยเมาอ้วกแตก หรือระรานใคร ทำงานเสร็จก็กลับมาออกกำลังกาย ไปวิ่ง ตามประสา แต่มาอยู่พัทยาเหรอคับ ผมมีโอกาสก็ไป ไม่ได้ว่าใจชอบนะครับ แต่เป็นเพราะอยากจะหาประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และที่สำคัญ ผมมาเรียน นี่แหละสำคัญ ตอนนี้ผมไม่เสียดายที่ได้มาพัทยา ไม่เสียดายตังค์ด้วย เพราะมันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ดีใจที่ได้เจอทุก ๆ คนมากครับ (พูดเหมือนจะฆ่าตัวตาย)

     

                         แต่ที่ผมมาสะดุดก็ คือ คำว่าชอบไปที่ อโคจร นี่แหละ มันสะกิดใจผมจริง ๆ หรือ ไปแต่ที่ อโคจร เป็นต้น หากท่านได้อ่านข้อความข้างต้น ก็จะเข้าใจนะครับว่าผมคิดหรือเป็นอย่างไร สรุป คือ กูไม่ได้ชอบเล้ยยยย แต่ที่ไปน่ะแค่อยากรู้ครับ พอกลับขอนแก่น ชีวิตคงจะเข้าอีหรอบเดิมคับ

     

               ตอนนี้นะครับ ผมกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ในการเป็นเถ้าแก่ คือ ผม ได้เรียนรู้ทัศนคติ วิธีการทำงาน รวมถึงระบบการทำงานของเจ้านายทุก ๆ ท่าน โดยที่ผมไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไป ทุก ๆ คน มีดี มีเสีย ทั้งนั้น ถือว่าเป็นวิชาชีพ หลักสูตรหนึ่งที่สำคัญต่อเราในอนาคตคับ

     

     

    แวะมาแล้ว comment ให้ ด้วย ขอบคุณ

    17 July

    ประสบการณ์เสียว จากพัทยาครับ

    มีหญิงสาว กับชายหนุ่ม อยู่ในห้อง

    สองต่อสอง ชายจับแท่งแกว่งให้สั่น

    ชายสั่งหญิงให้อม ในปากพลัน

    หญิงดื้อรั้น ชายเร่งเร้า ด้วยอารมณ์

    จับโคนไว้ เอาปลายแหย่ ให้เข้าปาก

    หญิงกะตาก หุบปากนิ่ง เอาหน้าก้ม

    ชายก็บ่น เหตุผลใด ถึงไม่อม

    ต้องขู่ข่ม ให้หายดื้น กันหรือไร

    พูดดี ดี ก็ไม่ฟัง ต้องบังคับ

    เอามือจับ ปากให้อ้า คว้าแท่งใส่

    ให้ปากอม เธอไม่เคย เลยหรือไง

    นี่ปรอท วัดไข้ หมอให้อม

    11 July

    ควันหลงจากขอนแก่น

                                  เพิ่งไปขนของมาจากขอนแก่น เลยแวะไปดูหนังเรื่อง ตายยาก 4 มา ขอชมครับว่า มุมกล้องสะใจดีจริง ๆ บวกกับได้ดูในโรงอีก ดูไปประมาณครึ่งเรื่อง ก็เกิดไฟดับทั้งตึกคอมโฆษะ นั่งรอประมาณเกือบสามสิบนาที สรุปคือ ทางโรงให้บัตรมาดูหนังรอบไหนก็ได้แต่ต้องดูเรื่องเดิม ผลก็คือไม่ได้ไปดูต่อเพราะต้องกลับพัทยา หลังจากนั้นก็ไปหาอะไรกินที่ เย็นเต็ก แถว ๆ โรงเรียนกัลยาณวัตร อร่อยครับ มีบารากุให้ดูดอีกแหนะ
     
     
     
     
                                  กลับไปขอนแก่นเที่ยวนี้ค่อนข้างยุ่ง ๆ หน่อย ไม่ได้เที่ยวไหนเลยครับต้องไปโรงพัก ไปศาลตลอด กลับมาก็ต้องไปจัด break ที่คณะศิลปกรรมอีกแหนะ แต่ก็สนุกดีคับ เห็นน้อง ๆ  เฟรชชี่ เห็นแล้วกระชุ่มกระชวย แหะ ๆ ก่อนกลับก็ไปกินร้าน ลุงกับป้า ผมว่าร้านนี้น่ะ อาหารก็อร่อย ราคาก็สมเหตุสมผล กว่าร้านอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ร้านอีก ได้คุย กะ เพื่อนม่อน ได้รู้ว่าช่วงนี้มันกำลังรั่ว คือ ซวยตลอด เล่าไปก็หัวเราะไป ซวยสุด ๆ ก็คงเป็นย่ามันตายนี่แหละ ดูสภาพเหมือนกับเขาต้องการกำลังใจ และหมดไฟไม่เหมือนก่อนคับ แต่มันก็รับปากว่า หากพ้นช่วงนี้แล้วก็จะกลับมาเป็นคนเดิม (แต่ให้มันผ่านให้ได้ก่อนเหอะ)
    06 July

    93 at Pattaya

    ไปร้าน 93 มาครับเมื่อคืน ก่อนหน้านั้นก็ไปร้านเก่งเนื้อย่าง มีปูย่าง หมึก กุ้ง ด้วย แล้วไปต่อที่ร้าน 93 มาสองคนกับพลขับ นั่งเกือบเช้าคับ
    บรรยากาศก็โอเค มีวงเล่นสด แนวสกาด้วย มีโต๊ะพูลอีก เลยลองไปเล่นดู สรุปว่าแพ้ครับ แหะ ๆ วันนี้เลยมาทำงานเหมือนกับคนอารมณ์ค้างหน่